Yahoo Answers จะปิดใช้งานในวันที่ 4 พฤษภาคม 2021 (เวลาตะวันออก) และตอนนี้เว็บไซต์ Yahoo Answers จะอยู่ในโหมดอ่านอย่างเดียว คุณสมบัติหรือบริการอื่นๆ ของ Yahoo หรือบัญชี Yahoo ของคุณจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คุณสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดใช้งาน Yahoo Answers และวิธีการดาวน์โหลดข้อมูลของคุณในหน้าความช่วยเหลือนี้

Pai ถามใน สังคมศาสตร์จิตวิทยา · 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

อาการแบบนี้ควรจะไปหา " จิตแพทย์ " หรือยัง ?

สังเกตุตัวเอง..ว่า หมู่นี้ ไม่ค่อยอยากพูดจากับใคร....อยากอยู่เงียบ ๆ มากกว่า

แต่ละวันพูดกับคนน้อยมาก...แต่สามารถฟังเพื่อนเล่า เรื่องราวได้ แต่ไม่โต้ตอบ

ไม่ได้รู้สึก ซึมเศร้า...ก็มีความสุขดีทุกประการ....ยังชอบฟังเพลง..เวลาอาบน้ำ ก็ยังฮัมเพลง...อ่านหนังสือตลก ก็หัวเราะได้....ดูละครก็ยิ้มได้....

เพียงแต่ไม่อยากพูด เท่านั้นเอง....

คนในครอบครัว เข้าใจดี ... เพราะตัวเองปกติก็เป็นคนพูดน้อย...

แต่กลัวเพื่อน ร่วมงานจะอึดอัด...เพราะเราไม่พูดจาอะไรกับใคร....และไม่ร่วมวงสนทนากับใคร เพียงแต่นั่งฟังยิ้ม ๆ เท่านั้น

จึงอยากทราบว่า ตัวเองผิดปกติ อะไรหรือเปล่า....ต้องไปหาหมอบำบัดหรือเปล่าค่ะ ?...

16 คำตอบ

คะแนนความนิยม
  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา
    คำตอบที่โปรดปราน

    คนพูดน้อย เป็นผู้ฟังที่ดีเป็นคนที่ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ราบรื่น การไม่พูดไม่ใช่ไม่คิด แต่เป็นคนที่รู้จักคิด รู้จักยับยั้งชั่งใจ คนที่พูดมากๆ ไม่ค่อยมีใครชอบ ถ้าพูดแต่เรื่องไม่มีสาระก็จะทำให้ความน่านับถือลดลง คนอื่นก็จะไม่ค่อยให้ความเกรงใจ แต่ถ้าคนอื่นถามแล้วจะไม่ตอบอะไรเลย ยิ้มลูกเดียวแบบนี้คงไม่ค่อยดีนะคะ คงต้องพูดบ้าง ตามความเหมาะสม ดีนะมีคนพูดน้อยอยู่ใกล้ๆ เพราะถ้ามีแต่คนแย่งกันพูดเหมือนกับเป็นมลพิษประเภทหนึ่งเลยล่ะค่ะ มึนๆๆๆ

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เป็นแค่ "คนเงียบๆ พูดไม่เก่ง" ครับ ไม่ต้องไปหาจิตแพทย์

    อาจเป็นคนไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์ ไม่เหมาะกับงานบางงานเช่นงานสัมพันธ์มวลชน-งานประชาสัมพันธ์

    เพื่อนร่วมงานจะเข้าใจเอง ถ้ายัง "นั่งฟังยิ้มๆ" อีกหน่อยเพื่อนก็จะเข้าใจ แต่ถ้าเราพยายามคุยให้มากขึ้นอีกนิด (ไม่ต้องฝืนมาก) ก็จะดี

    แค่ยิ้มบ่อยๆก็ดีมากแล้วครับ

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    คนเราทุกคนต้องการมีโลกส่วนตัวเหมือนกันคะ ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง หรือสนุกสนานหัวเราะ ตลอดเวลา เพียงแค่ ไม่อยากพูดก็เท่านั้น ก็เคยแต่ก็เฉยๆ นานๆไปก็ชินเองค่ะ ไม่ต้องคิดมากค่ะ ถ้าเรารู้นิสัยตัวเองไม่ต้องถึงขั้นพบแพทย์หรอกนะ

  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ต้องดูด้วยว่าคุณไปสังสรรกับเพื่อน ๆ หรือเปล่า เช่นไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน ไม่ใช่ปลีกวิเวกคนเดียว แบบนี้อาจเป็นอาการของพวกจิตซึมเศร้า แบบหลบในก็ได้ ต้องดูด้วยว่าคุณทำอะไรแบบซ้ำ ๆ ด้วยหรือเปล่า ถ้าทำก็เป็นจิตซึมเศร้าหลบในชัวร์

  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ไม่ต้องไปหาหมอหรอกครับ การที่ไม่คุยกับใคร คุยก็มีเวลาทำอะไรในแต่ละวันได้เยอะ คิดอะไรได้เยอะ หลีกหนีความสับสนวุ่นวายได้ การปิดปาก แต่เปิดหูเปิดตา ทำให้เรารับอะไรได้เต็มที่ มีโลกส่วนตัวสูง แต่บางทีก็เหมือนคับแคบ ไม่ยอมรับรู้เรื่องราวอะไรกับใคร

    ขอมอบเพลงนี้ให้ครับ

    คุยกับตัวเอง ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์

    คนเราเล็กๆน้อยๆ บางทีเราก็ลืม

    ลืมตัวมัวคิดถึงเขา ใจเราเองมองข้ามไป

    ใครๆที่คบๆไว้ คุยกันไปถูกคอ

    นานไปมันชักท้อๆ คอคนเราไม่เหมือนกัน

    ทุกครั้งที่คุยกับเธอ ยังต้องทำให้เธอสบายใจ

    ตัวเองจะต้องการอะไร ไม่เลย ไม่เคยคิดจะใส่ใจ

    * ต่อไปนี้จะคุยกับตัวเราเอง

    เลิกข่มเหงตัวเองเสียบ้าง

    เป็นคนดีบางครั้งเหงาๆ อยากเป็นตัวเราที่เคย

    พอใจจะนั่งเฉยๆ มองเลยๆไปบ้าง

    ใจใครๆก็ต้องรับรู้ มันคงดูไม่ดี

    ใจตัวเองจะคิดครั้งนี้ มันเป็นทีของฉันเอง

    ครั้งนี้ไม่คุยกับเธอ ฉันทำด้วยความสบายใจ

    คำคนก็ช่างมันปะไร ปล่อยไปสุขใจที่ได้ทำอย่างนี้

    * ต่อไปนี้จะคุยกับตัวเราเอง

    เลิกข่มเหงตัวเองเสียบ้าง

    จะไม่ขอทำตามผู้ใด

    ก็จะสนใจเพียงแต่ตัวเราเอง

    ถ้าจะฟังก็ตามlinkนี้ครับ

    http://www.esnips.com/doc/e44ee912-4dbe-44db-b61e-...

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    องค์การอนามัยโลกได้จำแนกประเภทของความผิดปกติทางจิตใจ(การทำงานของจิตใจเสียหน้าที่ไปอย่างเห็นได้ชัดเจน จนทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติ) ออกเป็น 3 ประการใหญ่ ๆ คือ

    1.บุคลิกภาพเดิมของผู้ป่วยเปลี่ยนไป เช่นเคยเป็นคนสะอาด และสุภาพก็เปลี่ยนเป็นสกปรกและหยาบคาย เคยเป็นคนพูดน้อยก็กลายเป็นพูดไม่หยุดฯลฯ

    2. ไม่อยู่ในโลกของความจริง เช่น มีอาการประสาทหลอน ได้ยินเสียงคนด่าตลอด หลงผิด ว่ามีคนคิดทำร้ายและกำลังตามฆ่า .

    3. ไม่รู้สภาวะตนเอง เช่น ไม่รู้ว่าตนเองกำลังป่วย จึงขัดขืนไม่ยอมไปพบแพทย์ การขัดขืนบางครั้งรุนแรงจนถึงกับใช้กำลังกาย

    ประเภทของโรคจิตมี 2 พวก

    1.โรคจิตที่มีสาเหตุเนื่องจากพยาธิสภาพทางกาย

    2.โรคจิตอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับพยาธิสภาพทางกาย

    ส่วนอาการทางประสาท เป็นความผิดปกติ หรือความแปรปรวนทางจิตใจ อาการต่าง ๆ ที่ปรากฎคือกังวล ย้ำคิด ย้ำทำ เหนื่อยง่าย ฯลฯ อาการเหล่านี้ไม่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการทำงาน หรือการเข้าสังคมอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่วนมากจะหยั่งเห็นสภาพของตนหรือรู้สภาวะของตน เอง รู้ว่าตนไม่สบายใจ หงุดหงิด และกลุ้มใจต้องการให้แพทย์หรือคนอื่นช่วยเหลือ

    อาการของคุณเข้าหลักการข้อไหนรึเปล่าคะ จริง ๆ ในคำถามก็มีคำตอบอยู่แล้วคือ ไม่ค่อยอยากพูดกับใคร มันเป็นความต้องการของคุณเอง แต่อาการทางจิตเขาไม่ได้อยากนะคะ แต่เป็นพฤติกรรมอัตโนมัติ ไม่ต้องตัดสินใจว่าอยากหรือไม่อยาก และโดยนิสัยส่วนตัวคุณก็เป็นคนมีความต้องการการเป็นส่วนตัวสูงอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้คุณมีออะไรมากระทบจิตใจที่ทำให้รู้สึกว่า ถ้าไม่พูดดีกว่ารึเปล่า เช่น เสนอความคิด หรือออกความเห็นอะไรไป ก็ไม่มีใครรับฟัà¸�� เลยทำให้คุณไม่อยากออกความเห็นอะไร หรือ อาจเคยมีการโต้ตอบกันรุนแรงและผลเป็นลบต่อตัวคุณ คุณเลยเลือกที่จะเงียบ ไม่แสดงความเห็น จริง ๆ มันก็เป็นวิธีการปกป้องตัวเองขั้นพื้นฐานเลยนะคะ ปกป้องจากบางอย่างที่คุณไม่พึงประสงค์ คุณเท่านั้นที่รู้ค่ะ ลองหาดูนะคะ

  • ?
    Lv 5
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ..เค้าเรียกว่าคนมีโลกส่วนตัว..มากน้อยก็แตกต่างกันไป

    ถือว่าปกติค่ะ..การมีความสุขอยู่ในโลกส่วนตัวเป็นกันได้ทุกคน

    อาจจะเป็นช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบางคนก็เป็นเช่นนี้ตลอดเพราะ

    มันเป็นนิสัยส่วนตัว ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนอะไรก็ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ

    ถือว่ามันเป็นบุคลิกของเราแบบนี้นี่คะ

  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ถ้าอารมณ์ไม่อยากคุยแต่เราก็ยิ้มได้นี่คะ เพื่อนร่วมงานไม่อึดอัดหรอกค่ะ

    เราเป็นตัวของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพูด หรือ ตอบทุกคำถาม การยิ้มหรือสนใจฟังทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่า มีความรู้สึกดีๆอยู่นะคะ จิตแพทย์ยังไม่ถามหาค่ะ *.*

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ก็น่าจะปกติดีนะคะ พูดน้อยน่าจะดีกว่าพูดมากด้วยซ้ำนะ (พูดน้อยผิดน้อย ไม่พุดเลยไม่ผิดเลย) แต่ถ้ามีคนถามแล้วไม่ตอบคงต้องไปหาจิตแพทย์โดยด่วนจ๊ะ

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    .......ไม่จำเป็นหรอกค่ะที่จะไปพบจิตแพทย์ เพราะนิสัย และพฤติกรรมคนเรานั้น ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แค่ขอให้คนในครอบครัวกับคนรอบข้างเข้าใจในความเป็นเราก็พอค่ะ........

ยังคงมีคำถามอยู่ใช่หรือไม่ หาคำตอบของคุณได้ด้วยการเริ่มถามเลยในตอนนี้